| |
ผู้ใหญ่ชงค์โฮมสเตย์
ป่าชายเลนคลองโคน
การประมงพื้นบ้าน
เที่ยวแบบอนุรักษ์
บ้านพักโฮมสเตย์
ภายในศูนย์
ไปปลูกป่าชายเลน
มีตติ้งกลุ่ม
เรือนรับรอง/สัมมนา
แขกวีไอพี
กิจกรรม
ทีมงานของเรา
ติดต่อเรา
ลิงค์น่าสนใจ
ปลูกต้นไม้ให้รวย
พลังงานไฟฟ้าฟรี
ดูดวงแม่นๆ
เที่ยวทั่วไทย
จองที่พักทั่วไทย
ดูทีวี สด/ย้อนหลัง
ช่อง
3,5,7,9,tpbs
Google
ฟรีอีเมล์(Hotmail)
การท่องเที่ยวททท.
เช็คความเร็วเน็ต
ข่าวอุตุนิยมวิทยา
ตารางเดินรถไฟ
ตารางเดินรถ
การบินไทย
ตลาดหลักทรัพย์
ตรวจสลากออมสิน
ตรวจสลากรัฐบาล
ไทยรัฐ
มติชน
ฟรีโปรแกรม
|
หลังเหตุการณ์สึนามิดูเหมือนว่าป่าชายเลนที่ผู้คนละเลยไปจะกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง
เพราะนี่คือเกราะธรรมชาติที่ช่วยกำบังคลื่นลมได้เป็นอย่างดีช่วยผ่อนหนักเป็นเบา
สำหรับคลื่นใหญ่ยักษ์ที่ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่ง ไม่เพียงเท่านั้นป่าชายเลนยังเป็นปอดผืนยักษ์
เป็นที่อยู่อาศัยของสรรพชีวิตมากมาย เป็นคลังอาหารชั้นเยี่ยม และเป็นแหล่งรวมทรัพยากร
อีกมากมายหลายอย่าง ป่าชายเลนถือได้ว่ามีคุณประโยชน์ต่อโลกและต่อมนุษยชาติเหลือ
คณา แต่น่าแปลกตรงที่มนุษย์ส่วนหนึ่งนอกจากจะไม่เห็นคุณค่าแล้ว ยังกลับทำลายทำร้าย
ป่าชายเลนอยู่ร่ำไป จนป่าชายเลนในเมืองไทยนับวันยิ่งมายิ่งเหลือน้อยลงทุกที
แต่นั่นคงใช้ไม่ได้กับ “ป่าชายเลนบ้านคลองโคน” แห่งเมืองแม่กลองในวันนี้ ที่ชาวชุมชน
ได้ร่วมกันพลิกฟื้นผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับมาเขียวขจีและอุดมไปด้วยทรัพยากรทาง
ทะเลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากย้อนอดีตไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ป่าชายเลนคลองโคน(คลองโคลน)
ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถูกบุกทำลายเพื่อทำนากุ้งและทำประโยชน์อื่นๆ จน
แทบสิ้นสภาพป่าชายเลน ทำให้สรรพสัตว์ชายฝั่งค่อยๆ สูญหายไป ชาวบ้านไม่สามารถทำ
ประมงชายฝั่งได้ เลยส่งพ้นให้บางคนต้องทิ้งถิ่นฐานเพื่อไปรับจ้างหรือไปทำงานต่างถิ่น
แต่โชคยังดีที่ฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ คนในชุมชนมีมโนสำนึก เพราะในปี พ.ศ. 2534 ชาวบ้าน
ในพื้นที่โดยการนำของ ไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ หรือผู้ใหญ่ชงค์ ได้ร่วมกันปลูกป่าชายเลน
เพื่อฟื้นฟูสภาพความอุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งผู้ใหญ่ชงค์บอกว่า ช่วงแรกๆ
ก็ประสบกับปัญหาสารพัดสารเพ ทั้งการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่จะปลูก การอยู่รอดของพันธุ์ไม้
หลังการปลูก และการไม่รวมมือของชาวบ้านบางคนแต่นั่นก็ไม่ทำให้ผู้ใหญ่ชงค์และชาวบ้าน
กลุ่มหนึ่งย่อท้อ พวกเขายังคงเดินหน้าปลูกป่าต่อไป จนหน่วยงานของรัฐเริ่มให้ความสนใจ
ส่วนที่ถือยังความปลาบปลื้มให้กับชาวบ้านอย่างล้นพ้นก็คือ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห็นความสำคัญของการปลูก
ป่าชายเลนคลองโคน จึงได้เสด็จมาปลูกป่าที่นี่ด้วยพระองค์เองในปี พ.ศ. 2540,2541,2542
,2545 และ 2547 ส่งผลให้ปัจจุบันป่าชายเลนคลองโคนพลิกฟื้นขึ้นมาเขียวขจีอีกครั้งหนึ่ง
อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรชายฝั่งมากมาย ช่วยปลุกวิถีการทำประมงพื้นบ้าน
ชายฝั่งให้กลับมาคึกคัก รวมไปถึงอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
โดยชาวบ้านได้รวมกันเป็นกลุ่มอาชีพ
ต่างๆตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มกระเตง(ขนำกลางทะเล) กลุ่มชาวเรือ
กลุ่มทำอาหาร
เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้น ชาวชุมชนบ้านคลองโคนยังรวมตัวกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ขึ้นในพื้นที่ป่าชายเลนคลองโคน เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชุมชน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรม
ท่องเที่ยวราคาเยา แต่ว่ามีประโยชน์
ได้ทั้งความสนุก ได้สาระความรู้ และความรู้สึกดีๆ
ที่ได้รวมกันอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กันไป
และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางสู่บ้านคลองโคน เพื่อออกท่องทะเลชมธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการเดินทางไปยัง "ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองโคน" เพื่อนั่งเรือหางยาวความจุประมาณ 5 คนต่อลำ เพื่อล่องชมวิถีการทำประมงพื้นบ้าน รับลมเย็นๆ สัมผัสกับบรรยากาศของป่าชายเลนสองข้างทาง ซึ่งป่าชายเลนที่นี่มีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบเรียงรายสวยงาม
ที่มา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจของเรา ชาววิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองโคน
 |
|
ในปี 2550 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มอบรางวัล
ชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยวในโครงการประกวด รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปี 2550 |
|